วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แนะนำยี่ห้อคอลลาเจนยอดนิยม

แนะนำยี่ห้อคอลลาเจนยอดนิยม (HOT!!)

ถ้าพูดถึง ''คอลลาเจน'' ก็ต้องนึกถึง ''คอลลี่พิ้ง'' 
Colly Pink คอลลาเจน ที่ทำให้คุณ ขาว ใส เด้ง ด้วย Colly Pink มี Collagen 6000mg กินแล้ว ผิวขาว หน้าใส 
โดดเด่นด้วยคอลลาเจนเข้มข้น 6000mg จากญี่ปุ่น 100%กระชับรูขุมขน ปรับผิวให้เรียบเนียน ลดเซลล์ผิวที่คล้ำ ลดความมันบนใบหน้า เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ปัญหาเหล่านี้ของคุณจะหมดไป
หน้าหมองคล้ำ หน้าไม่เรียบ ริ้วรอย ขอบตาคล้ำ รูขุมขนกว้าง หน้าแห้ง ผิวลอก แก้มย้วย ไม่ขาวใส มีวิตามินซีเข้มข้น แคลเซียม แอสคอเบท แอล-ไกลซีน
ผิวขาว หน้าใส เร่งด่วน จากภายในสู่ภายนอก ไม่ต้องฉีด ปลอดภัย 100%
เป็นคอลลาเจนที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง  
ได้รับ อ.ย จากญี่ปุ่น คงไม่ต้องอธิบายนะจ๊ะ ว่าถ้าผ่าน ญี่ปุ่นได้ มันจะได้ผลมากแค่ไหน และ ล่าสุดยังได้ อ.ย. จาก ประเทสไทยเรียบร้อยแล้ว รับรอง ปลอดภัย
ผ่าน อย.10-1-04741-1-0701 และได้รับมาตตราฐาน GMP , HACCP และ HALAL

ราคาค่อนข้างแพง แต่ได้ผลและปลอดภัย นะจ๊ะ ตัวนี้ทานควบคู่กับยาลดความอ้วนได้จ้า กลูต้าซอฟเจลH2(ผิวขาว)ได้อีกด้วย

คอลลาเจนตัวนี้ เป็นชนิด ผง ดูดซึมได้ดีมาก ชงกับน้ำเปล่า หรือ นมเปรี้ยว ดื่ม วันละ 1 ซอง ก็พอจ้า 
     1 กล่อง ทานได้ 30 วัน เลยทีเดียวคุ้มมากๆ

ได้อ่านสรรพคุณกันไปแล้ว ก็คงอยากจะดูรูปกันใช่ไหมล่ะค่ะ ว่าเจ้าคอลลี่พิ้งตัวนี้เนี่ยจะรูปร่าง หน้าตาเป็นอย่างไร หลายๆคนที่เห็นแล้วคงจะคุ้นๆบ้างน่ะค่ะ เพราะว่า ดังจริงจริง กำลังเป็นที่นิยมมาก 

นี่กล่องของคอลลี่พิ้งค่ะ

(รูปภาพจาก คอลลี่พิิ้้งไทยแลนด์ )

ชงเสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้นะค่ะ

(รูปภาพจาก คอลลี่พิิ้้งไทยแลนด์ )

เพิ่มความมั่นใจ ดารา นักแสดง คนดัง นิยมรับประทาน เป็นอันดับหนึ่ง 1 !!

(รูปภาพจาก คอลลี่พิิ้้งไทยแลนด์ )

**รับรองถ้าคุณลอง จะไม่ผิดหวัง ขอแนะนำค่ะ**




เปรียบเทียบระหว่างร่างกายที่ได้รับและขาดคอลลาเจน

เปรียบเทียบระหว่างร่างกายที่ได้รับและขาดคอลลาเจน
ในที่นี้หมายความว่า เปรียบเทียบร่างกายของคนที่ได้รับคอลลาเจน และมีคอลลาเจนอยู่ในร่างกายน้อยจนเกินไป
       โดยเป็นองค์ประกอบประมาณคอลลาเจนมี 35% ของโปรตีนทั้งหมดในรายกายของคนเรา
ตามปกติร่างกายได้รับคอลลาเจนปริมาณ 3-10 กรัมต่อวัน และการได้รับปริมาณน้อยๆ อย่างสม่ำเสมอจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการได้รับครั้งเดียวในปริมาณมาก 
         หากร่างกายได้รับคอลลาเจน ผิวหนังจะมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ไม่เหี่ยว เต่งตึงอยู่ตลอดเวลา และภายนอกแลดูสุขภาพดี สดชื่น ส่วนภายในก็จะดีไม่แพ้กัน ไม่ใช่เพียงแค่นี้น่ะค่ะ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการเกิดริ้วรอยแห่งวัย คืนความอ่อนเยาว์สู่ผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนกระชับ กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดเลือด  เพิ่มความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด และเนื้อเยื่อยื่นๆตามร่างกายของเรา
คงอยากเห็นกันแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าคนที่ร่างกายได้รับคอลลาเจนจะดูดีแค่ไหน เรามาดูกันเลยค่ะ

(ขอบคุณรุปภาพจาก Vitamonboom )

            ส่วนร่างกายที่ขาดคอลลาเจนหรือได้รับคอลลาเจนน้อยจนเกินไป จะมีลักษณะ ผิวเหี่ยวย่น ไม่เต่งตึง ย่อนคล้อยก่อนวัย ไม่สดใส หรือบางทีจะออกดำคล้ำ และผิวจะดูแห้ง ไม่มีชีวิตชีวา ไม่ชุ่มชื้น ยกตัวอย่างเช่น ใต้ตา ร่างกายที่ได้รับคอลลาเจนน้อย บ้างก็จะแสดงออกมาทางตาของเราเลยค่ะ คือ ใต้ตาจะเหี่ยวย่น ดำ ลึกลงไป ไม่สดใส  วันนี้เราก็มีตัวอย่างภาพมาให้ดูด้วยน่ะค่ะ 

(ขอบคุณรูปภาพจาก Pavoonsen )


และถ้าอยากดูความแตกต่างแบบเห็นกันชัดๆ เราก็มีรูปภาพมาให้ทุกท่านได้ดูอีกค่ะ !!

(ขอบคุณรูปภาพจาพ Achute )

**เป็นอย่างไรกันบ้างละคะ ทีนี้ก็ทราบแล้วใช่ไหมค่ะว่า คอลลาสำคัญกับร่างกายของเรามาก ถ้าหากไม่อยาก มีริ้วรอยเหี่ยวย่น หรือดูแก่ไปตามวัย ก็ว่าลืมเติมคอลลาเจนให้เพียงพอต่อร่างกายนะค่ะ**


วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเสริมคอลลาเจนให้กับร่างกาย

การเสริมคอลลาเจนให้กับร่างกาย
    อย่างที่บอกไปในบทความก่อนๆว่า คอลลาเจนนั้นเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับร่างกายของคนเรา และยังมีประโยชน์มากมายหลายอย่างเลยทีเดียว และร่างกายของคนเราก็สามารถเสียคอลลาเจนได้เช่นกัน จึงต้องมีการเติม เสริม คอลลาเจนให้แก่ร่างกาย เพื่อให้สุขภาพร่างกายดีอยู่ตลอดเวลา
    การเติมคอลลาเจนนั้นก็จะมีหลากหลายวิธีด้วยกันน่ะค่ะ ขอยกตัวเลยก็คือ
1. การฉีดคอลลาเจนเข้าสู่ผิว โดยวิธีนี้ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัย ควรศึกษาเกี่ยวกับสถานความงามที่จะไปใช้บริการให้ดีก่อนด้วยนะค่ะ ว่าดีหรือไม่ดี อันตายไหม เพราะถ้าอันตราย คุณอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยก็เป็นได้ค่ะ แต่ก็อย่ากังวลไป อย่างที่บอกก็คือต้องศึกษาให้ดีก่อนเป็นอันดับแรก  การฉีดก็จะมีหลายประเภทค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดคอลลาเจนใต้ตา เพื่อให้หนังใต้ตาไม่หย่อนคล้อยไปตามอายุ หรืออาจจะเป็นการฉีดคอลลาเจนเพื่อให้ผิวขาว นั้นเอง
    (รูปภาพจาก thaicoronline)

2. การรับประทานคอลลาเจนโดยตรง ก็คือ เราสามารถรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ ผง น้ำ หรือ เม็ดแคปซูล ก็ตามค่ะ แล้วหากยิ่งเป็นแบบรับประทานก็ยิ่งมีหลายชนิด หลายยี่ห้อ ยิ่งต้องระวังให้ดีเป็นพิเศษด้วยคะ บางยี่ห้อก็ดี บางยี่ห้อก็มีอันตราย บ้างก็ไม่ค่อยเห็นผล บ้างก็ทานแล้วรู้สึกว่าดี ฉะนั้นคุณทั้งหลายจะต้องเลือกสรรเป็นพิเศษคะ ดูให้ดี ศึกษาก่อนน่ะค่ะ และเคล็ดไม่ลับอย่างหนึ่งเลย เราไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อาหารเสริมพวกนี้หรอกคะ ผลไม้ที่เรารับประทานอยู่ทุกวันหารู้ไม่ว่าบางชนิดมีคอลลาเจนเยอะเลยทีเดียว ที่แน่ๆเลยก็คือ ผลไม้ตระกูลเบอรี่ นั้นเอง ลองสังเกตุดูสิค่ะว่า ผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนทั้งหลายแหล่ก็ล้วนแล้วแต่มีส่วนประกอบของเบอรี่ทั้งนั้น รู้อย่างนี้แล้วยังจะต้องเสียเงินแพงๆไปอีกทำไม ใช้วิธีนี้สิคะ รับรองเริ่ดด !!


(ตัวอย่างคอลลเจนผง รูปภาพจาก Manager)


(ผลไม้ตระกูลเบอรี่ รูปภาพจาก เลดี้ทริป )




ไม่ว่าจะเป็นการเสริมเติมคอลลาเจนให้แก่ร่างกายแบบไหน เราก็ควรศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัย และความสวยความงาม(สุขภาพดี)ด้วยค่ะ
   และการเสริมคอลลาเจนอาจจะไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ แต่อันนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ยกตัวอย่างมาเท่านั้นน่ะค่ะ หากใครไม่สนใจวิธีที่ทางเราแนะนำก็สามารถศึกษาค้นคว้าเองได้ค่ะ

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรม

บทบาทคอลลาเจนในด้านอุตสาหกรรม
เมื่อนำคอลลาเจนมาผ่านกระบวนการ Hydrolyzed สารคอลลาเจนจะแตกตัวออกเป็นสารเชิงซ้อนของคอลลาเจนเปปไทด์แบบ Polyproline II (PPII) หรือลักษณะของเจลาตินที่นำมาเป็นส่วนผสมของอาหารนั่นเอง นอกจากการใช้เป็นอาหารแล้ว คอลลาเจนยังใช้เป็นส่วนประกอบของ ยา เครื่องสำอาง และฟีล์มถ่ายภาพ เมื่อพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมอาหารแล้ว สารคอลลาเจนไม่ได้ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีการประชาสัมพันธ์เชิงการค้าว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจ นต่างแสดงคุณสมบัติของสินค้าว่าสามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและมีผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งยังไม่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมาสนับสนุนการโฆษณาในลักษณะนี้
                                                    (รูปภาพจาก darkzphone)

คำ ว่าคอลลาเจน (Collagen) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกจากคำว่า “Kolla” ที่แปลว่า กาว โดยเมื่อก่อนได้มีการทำกาวโดยการนำหนังและเอ็นม้ามาเคี่ยวจนกลายเป็นกาว ตามหลักฐานที่พบมีการใช้งานกาวลักษณะนี้มากว่า 8000 ปีแล้ว โดยใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตเชือกและตะกร้าสานเพื่อให้มีความแข็งแรง และมีการใช้งานภายในครัวเรือนทั่วไป กาวชนิดนี้เมื่อแห้งแล้วสามารถทำให้อ่อนนิ่มได้อีกโดยการให้ความร้อน เพราะกาวจากสิ่งมีชีวิตเป็น Thermoplastic ชนิดหนึ่งจึงมีการใช้งานได้หลากหลายโดยเฉพาะการผลิตเครื่องดนตรีเช่น ไวโอลีน กีตาร์ แม้กระทั่งเมื่อมนุษย์สามารถผลิตพลาสติกสังเคราะห์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีการใช้งานกาวเจลาตินอยู่ทั่วไป
สรุปโดยรวมนะค่ะ คือ คอลลาเจน หรือ ในที่นี้แปลว่า กาว ใช้สำหรับเชื่อมสิ่งของให้มีความแข็งแรง คงทน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ ( หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับส่วนตรงนี้จึงมีการสรุปโดยย่อเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายค่ะ )

(รูปภาพจาก darkzphone)

                        

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประโชยน์ทางด้านการแพทย์

ประโยชน์ของคอลลาเจนในวงการแพทย์
คอลลาเจนมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในวงการศัลยกรรมความงาม ศัลยกรรมกระดูก การจัดฟัน และวงการศัลยกรรมทั่วไป เป็นส่วนประกอบของผิวหนังสังเคราะห์ที่ใช้ในผู้ป่วยที่สูญเสียผิวหนังเนื่อง จากอุบัติเหตุไฟไหม้ ซึ่งใช้คอลลาเจนสังเคระห์จากผิวหนังของลูกวัว (Bovine), หรือจากหมู (Equine, Porcine) บางครั้งจะใช้ผิวหนังจากผู้บริจาค หรือใช้ซิลิโคนสังเคราะห์แทน
คอลลาเจนได้มีการจำหน่ายในลักษณะของ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนช่วยเคลื่อนไหว เนื่องจากคอลลาเจนเมื่อรับประทานเข้าไปจะย่อยสลายเป็นโปรตีนและกรดอะมิโนใน ที่สุด จึงช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอโดยวิธีรับประทานได้น้อยมาก ดังนั้น วงการแพทย์ในปัจจุบันจึงมีการใช้คอลลาเจนในแง่ของศัลยกรรมความงามมากที่สุด
วิธีที่จะเพิ่ม คอลลาเจนนั้น ทำได้หลายวิธีคะ
  1. การฉีดคอลลาเจนโดยตรง จากแพทย์ 
  2. รับประทานอาหารที่ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ได้แก่ บีตา-แคโรทีน วิตามินซีวิตามินอี 


(รูปภาพตัวอย่างการฉีดคอลลาเจนเข้าสู่ผิว)

(รูปภาพการฉีดคอลลาเจนโดย: SUDSAPDA )







ลักษณะของคอลลาเจน

ลักษณะของคอลลาเจน
คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่ว ๆ ไปเช่นแดียวกับเอนไซม์ สายเส้นใยของคอลลาเจนถูกเรียกว่า คอลลาเจน ไฟเบอร์ (Collagen Fiber) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติทั่วไปผิวหนังที่มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มากจึงมีแรงสปริงตัวและ ยืดหยุ่นได้ดีตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกายเอง ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน (cartilage), เส้นเอ็น (ligaments), ข้อต่อ (tendons), กระดูก (bone) สารคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน Keratin
เคราติน Keratin, เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอยแห่งวัยขึ้นบนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย
Hydrolyzed Collagen เองยังถูกใช้งานในแง่ของการลดน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของโปรตีนจึงมีข้อดีในการช่วยเผาผลาญพลังงานลดไขมันส่วนเกิน

  จะมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย(by wikipedia)
                 
                       สายคอลลาเจนจะมีรูปร่างลักษณะแบบในภาพค่ะ
**คอลาเจนนั้นเป็นสิ่งที่นับว่าสำคัญมากในร่างกายของคนเรา อย่าลืมเสริมคอลลาเจนให้กับร่างกายของคุณนะคะ**

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ความหมายของคอลลาเจน

Collagen คือ "คอลลาเจน คืออะไร"

มีหลายคนสงสัยว่า collagen คือหรือ คอลลาเจน คืออะไร วันนี้จะพาคุณๆ มาไขข้อสงสัยกันค่ะ การดูแลตัวเองให้มีผิวพรรณที่ดูดี เปล่งปลั่ง มีผิวหน้าที่ไร้ริ้วรอย ดูอ่อนกว่าวัย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สาวๆ ทั้งหลายให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากร่างกายที่ต้องได้รับอาหารที่มีประโยชน์มาบำรุงแล้ว สำหรับสาวๆ อย่างเราๆ ผิวพรรณก็เป็นอีกหนึ่งความต้องการที่จำเป็นต้องบำรุงและใส่ใจให้ถึงที่สุด แล้ววันนี้ จะพาสาวๆ มาพบกับตัวช่วยในการบำรุงผิวพรรณที่ดีอีกชนิดหนึ่งนั่นก็คือ collagen (คอลลาเจน) เชื่อว่ายังมีสาวๆ ที่ยังไม่ชัดเจนกับตัวช่วยในการดูแลผิวอย่างเจ้าคอลลาเจนนี้ดีสักเท่าไหร่ และก็อยากจะรู้ใช่ไหมหล่ะค่ะว่า  คอลลาเจน คืออะไร วันนี้เราก็ได้นำเอาคำตอบที่หลายๆ คนยังคงสงสัย มาฝากกันค่ะ รับรองว่าใครที่รู้จักประโยชน์และสรรพคุณว่า collagen คืออะไร และมีดีขนาดไหน คุณก็สามารถนำเจ้าคอลลาเจนนี้มาใช่บำรุงผิวของคุณได้อย่างดีมีประสิทธิภาพและเห็นผลได้ชัดเจนแน่นอนค่ะ ว่าแล้วเราก็ไปทำความรู้จักกับเจ้า collagen กันเลยดีกว่าและจะเป็นตัวช่วยสำหรับผิวพรรณของคุณได้ดีขนาดไหน สาวๆ ทั้งหลายไม่ควรพลาดเลยนะค่ะ
คอลลาเจน คือ สารที่คัดหลั่งมาจากเซลล์ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue cells) โปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลัก ๆ ของชั้นผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกัน โดยโปรตีนชนิดนี้มีส่วนประกอบถึง 25% ถึง 35% ของจำนวนหน่วยโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย โดยมีมากที่สุดที่ผิวหนัง และ ประมาณ 1% ถึง 2% ที่ปะปนอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ การผลิตเจลลาตินในอาหารได้จากกรรมวิธี การย่อยหน่วยคอลลาเจนที่เรียกว่า Hydrolysis

คอลลาเจน (collagen) มีสารประกอบที่สำคัญคือ Proteoglycan และ Glyconsaminoglycans ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผิวเส้นผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ ตลอดจนผนังหลอดเลือด จึงทำให้มีบางคนเรียก คอลลาเจน (collagen) ว่า "กาวแห่งชีวิต" เพราะทำหน้าที่เชื่อมเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเข้าด้วยกันรวมทั้งปกป้องอวัยวะภายในร่างกายให้อยู่ด้วยกันในผิวหนังชั้นหนังแท้ นอกจากนี้ คอลลาเจน (collagen) ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเรียบตึงของผิวหนังทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียน โดยจะทำหน้าที่คู่กับโปรตีนที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งคือ อีลาสติน (Elastin) ซึ่งช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวและทำให้ผิวไม่มีริ้วรอย ดังนั้นในปัจจุบันเราจึงมักจะพบเห็นหรือได้ยินการกล่าวถึง คอลลาเจน (collagen) กันอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในแวดวงความสวยความงาม 

ผิวหนังเราทั้งทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังร่างกายต้องสัมผัสกับแดดจ้าฝุ่นควันพิษต่างๆ นาๆ ไม่เว้นแต่ละวัน อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวพรรณแห้งเหี่ยว หยาบกระด้าง และเกิดริ้วรอย นอกจากนี้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตบางอย่าง เช่น นอนดึกสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ ฯลฯ ยังเป็นตัวการสำคัญที่คอยเร่งให้ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งต้องเสื่อมสภาพก่อนเวลาและวัยอันควรปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่มีผลต่อการเหี่ยวย่นของผิวพรรณก็คือ คอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีอยู่ทั่วไปในร่างกายในปริมาณร้อยละ 6 ของน้ำหนักตัว หรือประมาณ 1 ใน 3 ของโปรตีนทั้งหมดที่มีในร่างกายโดยจะอยู่ภายใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งจะประกอบด้วยคอลลาเจนถึง 75%